ก.พลังงานเร่งรับมือดีเซลพุ่งทะลุ 30 บาท/ลิตร-แอลพีจีจ่อเกิน 353 บาท/ถัง

กระทรวงพลังงานเตรียมมาตรการรับมือราคาดีเซลพุ่งหลังตลาดโลกขยับแรง ยันระยะสั้นมั่นใจดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร แต่หากทะลุจริงก็พร้อมหามาตรการรองรับ ขณะที่แอลพีจีครัวเรือนลุ้นระทึกราคาขายปลีกจ่อเกินเพดานกระทรวงพาณิชย์กำหนดถัง 15 กก.ที่ 353 บาท เล็งถกพาณิชย์ขยายเพดาน ยันไม่มีนโยบายอุดหนุนข้ามประเภทแม้บัญชีแอลพีจีส่อถังแตก

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงฯ ได้ติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบตลาดโลกใกล้ชิดหลังเบรนต์ปรับขึ้นสูงสุดรอบกว่า 3 ปีมาอยู่ระดับ 77 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ด้วยกลไกการค้าน้ำมันที่มีการแข่งขันในขณะนี้คาดว่าระดับราคาขายปลีกดีเซลระยะสั้นจะไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรแน่นอน อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายพลังงาน (สนพ.) ติดตามราคาตลาดโลกใกล้ชิด หากเกิดปัญหาจริงก็พร้อมจะหามาตรการมาดูแลในระยะต่อไป

ทั้งนี้ อดีตเมื่อ ธ.ค. 57 นั้นน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 70 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาดีเซลในประเทศขายที่ 29.42 บาทต่อลิตร ปัจจุบันน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 74.58 เหรียญต่อบาร์เรล ดีเซลน่าจะขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตรคือทะลุไปที่ 30.42 บาทต่อลิตร แต่ด้วยมาตรการที่กระทรวงพลังงานดำเนินการไว้ ทั้งการลดเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 15 สตางค์ต่อลิตร การปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น และราคาขายปลีก รวมถึงนโยบายงดแจ้งราคาล่วงหน้าเพื่อให้เกิดการแข่งขันทำให้ดีเซลอยู่ที่ 28.89 บาทต่อลิตรเท่านั้น

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้เตรียมเปิดจำหน่ายไบโอดีเซล บี 20 ให้ตามจุดจอดรถบรรทุกต่างๆ (Fleet ) ที่จะมีราคาถูกกว่าราคาดีเซล (บี 7) ปัจจุบัน 3 บาทต่อลิตร คาดว่าอีก 2 สัปดาห์น่าจะเริ่มโครงการนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้แสดงความสนใจ 30 รายแล้ว ดังนั้น ในช่วงนี้อยากให้ผู้ประกอบการกลุ่มรถบรรทุกขนาดใหญ่เตรียมปรับเครื่องยนต์เพื่อรองรับน้ำมันบี 20 โดยมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการระยะยาวเพื่อลดผลกระทบราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำด้วยอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ยังได้มอบ สนพ.ติดตามราคาแอลพีจีตลาดโลกใกล้ชิด หากเกินระดับ 520 เหรียญต่อตันจะทำให้ราคาขายปลีกแอลพีจีภาคครัวเรือนซึ่งเป็นสินค้าควบคุมเกินระดับราคาแนะนำของกระทรวงพาณิชย์ที่แนะนำไว้ถังขนาด 15 กิโลกรัม (กก.) ที่ 353 บาทจะต้องเตรียมมาตรการใดไว้รองรับได้บ้าง และรายงานให้ทราบภายใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งหากที่สุดจำเป็นจะต้องขยายเพดานราคาแนะนำก็จะต้องหารือกับกระทรวงพาณิชย์ต่อไป

“ราคาแอลพีจีในตลาดโลกเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 สัปดาห์ โดยปัจจุบันอยู่ที่ 510-520 เหรียญต่อตัน ซึ่งขณะนี้ราคาดังกล่าวก็ชนเพดานราคาขายปลีกที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ไม่เกิน 535 บาทต่อถัง 15 กก.แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.17 หมื่นล้านบาท โดยบัญชีแอลพีจีเหลือเพียง 1,000 ล้านบาท ขณะนี้ชดเชยราคาแอลพีจีอยู่เดือนละ 300 ล้านบาท จึงจะดูแลได้เพียง 3-4 เดือนเท่านั้น แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่นำเงินบัญชีน้ำมันมาอุดหนุนแทนเพราะอดีตการใช้เงินข้ามประเภทได้เกิดปัญหามากมายตามมา” นายศิริกล่าว

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สนพ.กล่าวว่า ขณะนี้ราคาแอลพีจี คาร์โก (LPG Cargo) เพิ่มขึ้นเป็น 523 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้ต้นทุนแอลพีจี เพิ่มขึ้นและถือเป็นช่วงแอลพีจีขาขึ้น โดยราคาจำหน่ายปลีกมีแนวโน้มที่จะเกินกว่าราคาแนะนำแอลพีจีบรรจุถัง ขนาด 15 กิโลกรัม ที่กรมการค้าภายในประกาศควบคุมอยู่ที่ราคาถังละ 353 บาท ดังนั้น เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนกระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อีก 1 สัปดาห์เพื่อหามาตรการดูแลราคาที่จะไม่กระทบต่อประชาชนต่อไป

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์