ขายโน๊ตบุ๊คมือสอง 4 เทคนิคการซื้อโน๊ตบุ้คไม่ให้ตกรุ่นเร็ว

ขายโน๊ตบุ๊คมือสอง 4 เทคนิคการซื้อโน๊ตบุ้คไม่ให้ตกรุ่นเร็ว หากพูดถึงสเปคของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค เชื่อว่าคงไม่ต่างกับมือถือที่เกือบทุกสัปดาห์ มักจะมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาจำหน่ายให้เราเลือกใช้ จนเราตามกันไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้าน โปรเซสเซอร์, พื้นที่ความจุ, แรม และการ์ดจอ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับความสามารถได้หลากหลายขึ้น รวมถึงการประหยัดพลังงาน ช่วยให้กินไฟน้อยลง ดังนั้นการเลือกซื้อโน๊ตบุ้ค เราควรซื้อรุ่นที่ค่อนข้างใหม่ เพื่อที่จะไม่ตกรุ่นเร็ว และมีประสิทธิภาพต่อการใช้งาน คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป เรามี 4 เทคนิคมาแนะนำในการเลือกซื้อโน๊ตบุ้คไม่ให้ตกรุ่นเร็ว มาดูกันเลยครับ

1. โปรเซสเซอร์ Gen ล่าสุด

โปรเซสเซอร์สำหรับโน๊ตบุ้ค ที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือตระกูล Core i จาก Intel ซึ่งประกอบไปด้วย Core i3, Core i5 และ Core i7 โดย Intel นั้นมีการพัฒนาโปรเซสเซอร์ตระกูลนี้ออกสู่ตลาดในทุกปี และในปี 2017 นี้ โปรเซสเซอร์ตระกูล Core i ถูกพัฒนาขึ้นมาถึง Generation ที่ 7 (Kaby Lake) แล้ว มีผลให้การทำงานรวดเร็วขึ้น มีความร้อนต่ำ และช่วยประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น ดังนั้นหากจะซื้อโน๊ตบุ้คใหม่ เราควรเลือกรุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ Core i Gen 7th โดยสังเกตได้จากสเปคที่ระบุ เช่น Intel Core i7-7500 ตัวเลขหลังขีดคือการระบุ generation ของโปรเซสเซอร์ ซึ่งควรจะเป็นเลข 7 แต่สำหรับบางแบรนด์เช่น Apple หรือ Microsoft Surface ยังไม่มีการออกสินค้าในกลุ่ม Core i Gen 7th ออกมา

2. ความจุขั้นต่ำ
ความจุในตลาดโน๊คบุ้ค สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

ฮาร์ดดิสก์ (HDD) เป็นหน่วยความจำที่รองรับพื้นที่ความจุได้มาก เหมาะแก่การเก็บสำรองข้อมูลในปริมาณมาก ปัจจุบันผู้ผลิตโน๊คบุ้คมักเลือกใส่ฮาร์ดดิสก์ความจุขั้นต่ำที่ 1TB ซึ่งเหมาะสำหรับพฤติกรรมการใช้งานทั่วไปของสมัยนี้ได้อย่างครอบคลุม รองรับแอปพลิแคชั่นได้มากมายและหลากหลาย ทำให้ไม่ต้องคอยเพิ่มพื้นที่ความจุบ่อยๆ
โน๊ตบุ้ค
หน่วยความจำชนิด SSD

SSD เป็นหน่วยความจำที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากฮาร์ดดิสก์ ทำให้การอ่าน-เขียนข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็ว มีน้ำหนักเบา และประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่ SSD ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกันในความจุเท่าๆ กันกับฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำ SSD จึงมีราคาสูงกว่าหลายเท่า ส่งผลให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ้คเลือกที่จะใช้ความจุขั้นต่ำอยู่เพียงแค่ 128GB ซึ่งเหมาะกับการใช้งานของผู้ที่ไม่ตค่อยเก็บไฟล์อะไรในเครื่องคอมพิวเตอร์มากนัก หรือใช้บริการฝากข้อมูลใน Cloud เป็นส่วนใหญ่

3. ประเภทแรม

Ram สำหรับโน๊ตบุ้คส่วนมาก จะใช้แรมประเภท LDDR ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อยอดจาก LDDR3 มาถึง LDDR4 มีประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น ประหยัดพลังงานได้มากกว่า และช่วยให้การประมวลผลของโน๊ตบุ้ครวดเร็วตามไปด้วย สำหรับการใช้งานทั่วไปควรเลือกความจุของแรมขั้นต่ำที่ 4GB เพื่อให้การประมวลผลมีความราบรื่น ไม่ติดขัดเมื่อเปิดแอปพลิเคชั่นหลายตัวพร้อมกัน โดยคุณสามารถสังเกตจากสเปคของแรมก่อนการเลือกซื้อโน๊คบุ้ค ซึ่งควรระบุเป็น RAM : DDR4 4GB

4. การ์ดจอ
การ์ดจอ คือส่วนที่ทำหน้าที่ในการประมวลผลภาพหน้าจอ, การแสดงผลกราฟิก รวมไปถึงดูแลการปรับ Resolution ต่างๆ เพื่อให้โน๊ตบุ้คสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล สำหรับโน๊ตบุ้คทั่วไปที่ไม่ได้เน้นการแสดงผลภาพกราฟิก มักจะใช้การ์ดจอประเภท on-board ซึ่งติดมากับโปรเซสเซอร์ อย่างเช่น Intel HD Graphics 620 จะมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Core i7-7500U ซึ่งส่วนนี้ไม่ค่่อยจำเป็นในการตัดสินใจเท่าไรนัก เพราะมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์เป็นหลักอยู่แล้ว

แต่สำหรับโน๊ตบุ้คที่เน้นการแสดงผลกราฟิกหรือเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ จำเป็นต้องมีการ์ดจอแยก ซึ่งทำให้การประมวลผลภาพและกราฟิกเหนือกว่าการ์ดจอแบบ on-board โดยแบรนด์การ์ดจอที่นิยมในวงการโน๊ตบุ้คก็คือค่าย Nvidia GeForce ซึ่งมีการพัฒนาการ์ดจอเช่นเดียวกับโปรเซสเซอร์ ทำให้การแสดงผลกราฟิกมีรายละเอียดสวยงาม สมบูรณ์และลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ควรเลือกรหัสรุ่นอยู่ที่ Nvidia GeForce GTX 9XX เป็นขั้นต่ำ เพื่อรองรับการใช้งานกราฟิกได้ในระยะยาว

หวังว่า เทคนิคในการเลือกซื้อโน๊ตบุ้คไม่ให้ตกรุ่นเร็ว จากปัจจัย 4 ข้อข้างต้นนี้ ทั้งโปรเซสเซอร์, ความจุขั้นต่ำ, ประเภทแรม และการ์ดจอ ที่เรานำเสนอนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะครับ เพราะการจะซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คสักเครื่อง ไม่ใช่ถูกๆ เลย ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องเลือกซื้อสเปคของโน๊ตบุ้คให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องคอยอัปเกรดอยู่บ่อยๆ