โบท็อกหน้าเรียว ฉีดโบท็อกติดต่อกันนานๆ อันตรายจริงไหม

โบท็อกหน้าเรียว ฉีดโบท็อกติดต่อกันนานๆ อันตรายจริงไหม การฉีดโบท็อกนั้นอยู่คู่วงการความสวยความงามมานานหลายปีแล้ว และยังได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลก แต่ก็ยังมีกระแสที่หลากหลายว่าฉีดแล้วจะเป็นอันตรายหรือไม่ มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า หรือฉีดไปนานๆ หน้าจะแข็งจนแสดงอารมณ์ไม่ได้ ซึ่งความจริงแล้วแพทย์ผิวหนังทั่วโลกต่างลงความเห็นว่า “โบท็อกซ์ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ถ้า ฉีดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ในปริมาณที่พอดี ระยะเวลาที่เหมาะสม และไม่ใช้ของปลอม”

ขอย้ำอีกครั้งนะคะ 4 ข้อ
1. ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ มี อ.ย. ตรวจสอบได้

2. คุณหมอต้องเชี่ยวชาญ มีใบรับรองชัดเจน ถูกต้อง

3. ปริมาณต้องพอดี ไม่มากเกินไปในแต่ละจุด

4. เว้นระยะการฉีดให้เหมาะสม แต่ละครั้งไม่เร็วกว่า 3 เดือนเป็นอย่างน้อย

ถ้าใครยังเป็นหน้าใหม่ในวงการ คุณพี่อยากให้ทำความรู้จักกับโบท็อกซ์อย่างถ่องแท้ก่อน คลิกที่นี่

แต่ด้วยความที่เป็นอะไรที่ฝืนธรรมชาติ ก็อาจทำให้มีผลข้างเคียงได้เล็กน้อย ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้ก็ไม่ได้เลวร้ายหรือว่าอันตราย แต่เราต้องถามตัวเองว่าโอเคกับมันหรือเปล่า ซึ่งถ้าเรารับได้คุณพี่เชียร์เต็มที่เลยค่ะ แต่คุณพี่ต้องบอกก่อนว่าอาการเหล่านี้อาจไม่เหมาะกับคนที่ทำอาชีพที่ต้องใช้สีหน้าท่าทาง การแสดงอารมณ์อย่างชัดเจน เช่น นักแสดง นางแบบ เป็นต้น

ซึ่งผลข้างเคียงจากการใช้สารโบทูลินัมท็อกซินเป็นระยะเวลานานโดยฉีดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (ทุกๆ 5-6 เดือน) จะทำให้เกิดอาการดังนี้

1. กล้ามเนื้อบนใบหน้าจะชินกับการไม่แสดงอารมณ์
เมื่อฉีดโบท็อกเป็นระยะเวลานานหลายปี กล้ามเนื้อในจุดนั้นจะถูกบังคับไม่ให้ขยับมากจนเกิดริ้วรอยการแสดงอารมณ์ต่างๆ ฟังดูน่ากลัว แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไป เพราะบางครั้งในเวลาที่เราไม่รู้ตัวเราก็แสดงสีหน้าที่ไม่พึงประสงค์ อย่างการขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว หยีตา ทำหน้าบึ้ง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นริ้วรอยที่ทำให้ใบหน้าดูแข็งกร้าว แต่ถ้าเราชินกับการที่กล้ามเนื้อมัดเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้ขยับเป็นเวลานาน เมื่อฤทธิ์โบท็อกซ์เริ่มสลายจะทำให้เรารู้ตัวเวลาเราแสดงสีหน้าเหล่านี้มากขึ้น ทำให้เราระวังมากขึ้นไปเอง

การเว้นระยะเวลาให้เหมาะสมนั้นสำคัญมากในการหลีกเลี่ยงอาการกล้ามเนื้อเป็นอัมพาตหรืออาการ “หน้าตาย” จากการไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อเป็นเวลานานๆ โดยปกติแล้วสารโบทูลินัมท็อกซินจะสลายไปเองได้หมด ระยะเวลาที่เหมาะสมคือต้องเว้นช่วงระหว่างการฉีดไม่น้อยกว่า 3 เดือนเป็นอย่างน้อย ถ้าจะให้ดีคือเว้นไปเลยประมาณ 5-6 เดือน เพราะจะเป็นช่วงที่ยาเริ่มสลายและหมดฤทธิ์ไปพอดี ให้กล้ามเนื้อได้ทำงานบ้างในช่วงที่ยาเริ่มอ่อนลง ไม่ต้องกังวลว่าถ้าเว้นนานไปจะทำให้ริ้วรอยกลับมา เพราะอย่างไรกล้ามเนื้อบริเวณนั้นก็ขยับน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอยู่แล้วในช่วงที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์

ปริมาณยาที่ฉีดก็สำคัญ จำนวนยูนิตที่ใช้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและจุดที่ฉีด ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้วิเคราะห์และพิจารณาว่าแต่ละจุดควรฉีดมากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมๆ แล้วไม่ควรฉีดเกินครั้งละ 200 ยูนิต ซึ่งสำหรับโบท็อกซ์แล้วการฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าจะได้ผลดีกว่า กลับกันยิ่งฉีดน้อยกลับได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า หน้าไม่แข็ง ดูสวยเป็นธรรมชาติ เน้นคุณภาพดีกว่าปริมาณนะคะ

**จำไว้ว่าหากฉีดในปริมาณที่ไม่มากเกินไป เว้นระยะการฉีดให้เหมาะสมและฉีดโดยหมอที่เชี่ยวชาญจริงๆ รู้ว่าควรฉีดจุดไหนมากน้อยแค่ไหน ใบหน้าจะยังสามารถแสดงอารมณ์ได้อยู่ ไม่ต้องกังวลว่าจะดูแข็งทื่อไปเลย เพียงแต่ว่าจะทำให้การแสดงสีหน้ามันก็จะดูซอฟท์ๆ ดูขี้เหวี่ยงขี้วีนน้อยลง แถมรอยย่นก็จางลงด้วย

ข้อเสียอย่างเดียวคือกระเป๋าตังค์มันก็จะฟีบหน่อยๆ แค่นั้นเอง

2. กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงลงจากการไม่ได้ใช้
ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ขยับขาเลยตลอดสิบปี กล้ามเนื้อขาก็ต้องอ่อนแรงลงเป็นธรรมดา กล้ามเนื้อบนใบหน้าก็เช่นกัน ถ้าไม่ได้ขยับหรือส่วนไหนขยับน้อยเป็นเวลานานก็จะลีบเล็กลง แต่ไม่ใช่ทั้งใบหน้า จะเป็นเพียงแค่จุดที่ฉีดโบท็อกซ์เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นจุดของกล้ามเนื้อที่จะทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวด้านบน หรือกล้ามเนื้อบริเวณกราม ที่เมื่อเราอายุมากขึ้นกรามจะใหญ่ขึ้นตามการใช้งาน ซึ่งถ้าเราฉีดโบท็อกลดกรามอยู่ตลอดก็จะทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นเพราะกล้ามเนื้อส่วนนั้นลีบลง แต่กล้ามเนื้อบริเวณอื่นๆ ที่ไม่ได้ฉีดก็จะยังคงสภาพไว้เหมือนเดิม ไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด

สำหรับผลข้างเคียงนี้ในระยะยาวก็อาจจะมีข้อเสียทำให้ผิวดูเป็นคลื่นไม่เรียบได้ หรือมีรอยบุ๋มลงไป อย่างบริเวณขมับที่ต้องเติมโบท็อกซ์เพื่อลดรอยตีนกาอยู่ตลอดทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นยุบลงกว่าบริเวณรอบๆ แต่ปัญหานี้ไม่ได้ร้ายแรงและสามารถแก้ไขได้ โดยการหยุดฉีดที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นไปซักพัก หรือลดปริมาณยาลง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณหมอด้วย

3. ผิวจะดูสดใสขึ้นและริ้วรอยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
แน่นอนว่าการฉีดโบท็อกซ์ติดต่อกันเป็นประจำเป็นระยะเวลานาน (10 ปี ขึ้นไป) หน้าก็จะดูเด็กและมีริ้วรอยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ได้ถึงกับไม่มีเลยนะคะ เพราะผิวก็จะดูมีอายุเพิ่มขึ้นไปตามวัย(ต้องยอมรับ) แต่ก็จะเป็นการชะลอการเกิดริ้วรอยร่องลึกตามจุดแสดงอารมณ์ต่างๆ อย่างหน้าผาก หัวคิ้ว มุมปาก อาจมีเพียงแค่ริ้วรอยจางๆ บ้างเท่านั้น พูดง่ายๆ คือไม่ได้ดูแก่มากเหมือนที่ควรจะเป็น ถึงจะแก่แต่ก็ยังดูสวยสดใส หรือที่ฝรั่งชอบพูดกันว่า “age well” นั่นเอง

รู้อย่างงี้แล้วสาวกน้องโบทุกคนคงจะโล่งใจกันมากขึ้น ขอแค่จำ 4 ข้อที่คุณพี่บอกเอาไว้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง อย่าลืมว่าฉีดอย่างพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป